Breaking News
Home / จันทบุรี / ที่เที่ยวหาดเจ้าหลาว

ที่เที่ยวหาดเจ้าหลาว

Spread the love

 

*ที่เที่ยว
ช่วงอ่าวคุ้งกระแบน -หาดเจ้าหลาว-แหลมสิงห์่
(ดูแผนที่ 3)
*ที่เที่ยวโดดเด่น
*หาดเจ้าหลาว
เป้นเส้นทางชายฝั่งทะเล เหมาะสำหรับการขับรถเที่ยว ระหว่างทางผ่านชายทะเล เวิ้งอ่าว ป่าชายเลน และแหล่ง
ชุมขนชาวประมง จะได้เห็นวีธีชีวิตคนท้องถิ่นที่มีอาชีพเลี้ยงหอยนางรม และจับแมงกระพรุนเพื่อส่งออก
นอกจากนี้ชายหาดอ่าวคุ้งกระแบนและที่เกาะเปริดบริเวณใกล้กับปากแม่น้ำแหลมสิงห์ นอกจากเป็น
แหล่งขายน้ำปลา ที่ทำจากปลาหัวออ่นที่มีชือ่แล้ว ชายทะเลบริเวณนี้ยังชื่อเรืองอาหารทะเล โดยเฉพาะใน
เรื่องของความสด มีร้านอาหารทะเล มีชื่อหลายร้านตามบริเวณริมหาด
*อ่าวคุ้งกระแบน
ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน
เมื่อมองจากทางอากาศ อ่าวคุ้งกระแบนมีลักษณะคล้ายไต หรือปลา กระแบนเป็นที่มาของชื่อ อ่าวคุ้งกระแบน หรือ
ทะใน( Lagoon)เป็นเวิ้งอ่าว ที่มีลักษณะพิเศษที่ถูกปิดล้อมด้วยสันทราย มีทางเข้าออกของน้ำทะเลเพียงทางเดียว
มีคลองน้ำจืดหลายสายไหลลงอ่าวอาณาบริเวณอ่าวฯ เป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบนอันเป็น
อันเป็นโครงการของราชดำริ เพื่อพัฒนาพื้นที่อยางครบวงจรด้วยวิทยาการสมัยใหม่ โดยเฉพาะมีบอ่สาทิตการเลี่ยงกุ้ง
กุลาดำระบบปิด ซึ่งหลายคนให้ความสนใจเข้าไปเที่ยวชม และจากสภาพแวดล้อมอันอุดุมสมบูรณ์ไปด้วยโกงกาง
ที่นี่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติชายฝั่ทะเลป่าชายเลน มีทางเดินสำหรับผู้เดินชมศึกษาด้วยตนเอง
ในช่วงเวลาเช้าตรู่และช่วงเย็น เป็นชว่งน้ำลงจะมองเห้นหาดกว้างสุดสายตา ขณะเดียวกันชาวบ้านบริเวณรอบสพานแขวนจะ
ออกมาเก็บหอยชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ชุกชุม ได้แก่ หอยปากเป็ด หอยกระปุก หอยนางรม และปูดำ หากนักทอ่งเที่ยวสนใจ
สามารถหาซื้อได้จากชาวบ้านบริเวณสามแยกบ้านหมูดุด
ที่นี่นับเป้นแหล่งทอ่งเที่ยวซึ่งเพียบพร้อมไปด้ยวความรู้ และแวดล้อมไปด้วยบรรยากาศชายทะเล โดยเฉพาะด้านตะวันออก
เฉียงใต้ที่ติดกับชายทะเลแหลมเด็จ หาดทรายทางด้านนี้กว้าง เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลพักผอ่นยอ่นใจ
*ที่ตั้งและการเดินทาง อยู่ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ และคอมคลุมพื้นที่ ต.สนามไชย อ.นายายอาม ห่างจากตัวเมืองไป
ทางตะวันตกประมาณ 30กม.
*รถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกหอนาฬิกา อ.ท่าใหม่ ให้เลี้ยวไปตาม ถ.ท่าใหม่ -อ่าวคุ้งกระแบน ผ่านโครงการชลประทาน
จันทบุรี ข้ามสะพานซึ่งเป็นคันกั้นแม่น้ำวังโตนด ถนนจะไปบรรจบกับสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปอ่าวคุ้งกระแบน
ระยะทาง 8กม. มีป้ายบอกตลอดทาง สองข้างทางปลูกสนทะเลยาวหลายกิโลเมตร
*รถประจำทาง จากตัวเมืองมีรถประจำทางสายจันทบุรี ท่าใหม่ เป็นรถเก๋งโตโยต้ารุ่นเก่า จอดอยู่หน้าตลาดน้ำพุ
ต่างจากรถประจำทางไปอำเภออื่นตรงที่เป็นรถสองแถวเล็ก ค่ารถ 20บาท รอผู้โดยสารเต็มหกคนจึงจะออก
แต่สามารถเหมาให้ไปส่งได้ในราคา 100บาท
รถประจำทางจาก อ.ท่าใหม่ไปยังอ่าวคุ้กระแบน มีรถเฉพาะในช่วงสายจนถึง 15.00น. เป็นรถรับส่งแม่ค้า
เวลาออกไม่แน่นอนให้รอขึ้นบริเวณสี่แยกหอนาฬิกา อ.ทาใหม่ ค่ารถ 20บาท หรือเหมาไปราคา 250บาท
*มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ท่ารถอยู่หน้าตลาด อ.ท่าใหม่ ค่ารถ 50บาท ถ้าสองคนคิด 80บาท
*ที่พักและสิ่งอำนวยความสดวก บริเวณอ่าวคุ้งกระแบนมีที่พักแบบรีสอร์ตของเอกชนคือ มัลดีฟ
บีช รีสอร์ตหากมาเป็นหมู่คณะจะพักที่เรือนรับรองของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบนก็ได้ แต่ต้องติดต่อล่วงหน้า
นอกจากนี้ยังมีนิมารท์และร้านอาหารทะเลบริการหลายร้านในย่นใก้ลชายหาด
*สิ่งน่าสนใจ
*ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน
-เปิดทุกวันเวลา08.00-18.00น.
-หากเข้าชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน
หมู่4 ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 22120 โทร0-3936-9215-8
เป้นหนึ่งโครงการพระราชดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่และบริเวณพี้นที่ใก้ลเคียง โดยฟี้นฟูแลสภาพ
แวดล้อมของขายฝั่งทะเลให้มีสภาพสมบูรณ์ ภายในพี้นที่ศูนย์ร่มครี้มไปด้วยพรรณไม้ป่าชายเลน
ภายในศูนย์มีหอ้งยาย ศูนย์ข้อมูล ห้องสมุด เปิดบริการสำหรับบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการสาทิตการเลี้ยงกุ้ง
กุลาดำด้วยระบบปิดที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้ยังเกิดความสมดุลของห่วงโซ่อาหารในบอ่เลี้ยงด้วย โดยมีบ่อน้ำพักเสีย
จากบอ่กุ้ง ซึ่งใช้สาหร่าย และหญ้าทะเลดูดซับอาหารที่ตกค้างในน้ำเสีย ใช้ปลากินพืชเน่าเสีย และใช้ปลากินเนี้อในการกำจัด
เศษซากอาหารอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นจะส่งน้ำเข้าการบำบัดด้วยนางลม เพื่อดูดซับธาตุอาหารตกค้าง ปรับคุณสมบัติ ของ
น้ำให้มีคุณภาพ กอ่นนำไปใช้ในบอ่เลี้ยงกุ้งตอ่ไป ผู้เข้าชมสนที่เทคนิคการเลี้ยงกุ้ง ดังกล่าว ทางศูนย์มีเอกสารเผยแพร่แจกฟรี
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลด้านอื่นๆ ได้แก่ การเพราะพันธ์ปลากะพงขาว การทำน้ำปลา ฯลฯ และมีการแสดงตู้เลี้ยงปลากะรัง
เป็นปลาที่เลี้ยงไว้ขาย และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบำบัดน้ำเสียจากบ่อกุ้ง
*ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระแบน อยู่ตรงข้ามกับชายหาดแหลมเด็จ ภายในพื้นที่โครงการศูนย์ศึกษา การพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน
มีพื้นที่ 1,100ไร่ ส่วนหนึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าคุ้งกระแบน และป่าอ่าวแขมหมู เดิมเป้นป่าชายเลนเสื่อมโทรม อต่มา
ได้รับการฟื้นฟูให้อยู่ในสภาพดังเดิม และมีไม้เดิมขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่ ทางศูนย์จึงได้สร้างสพานไม้เป็นเส้นทางศึกษาความ
ยาว 850ม. ทอดไปในผืนป่าชายเลน มีศาลาข้อมูลความรู้ต่างๆ แปดศาลา ประกอบด้วย
ศาลา 1 กำเนิดอ่าวคุ้งกระแบน อธิบายปรากฏทางธรณีวิทยา ที่เกิดจากการกัดเซาะเทือกเขาเล็กๆ ที่โอบตัวปิดล้อม
พรุบริเวณริมฝั่งทะเลเมือประมาณ 245ล้านปีก่อนกระทั่งกลายเป็นอ่าวเมือ 1.500ปีที่ผ่านมา
ศาลา 2 ไม้เบิก อธิบายถึงไม้แสมดำและแสมขาวที่เป็นไม้เบิกนำ กอ่นที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์
ศาลา3 ดงฝาด เป็นจุดที่สวยงามไปด้วยดงต้นฝาด ต้นฝาดแดงจะให้ดอกแดง ส่วนต้นฝาดขาวจะให้ดอกขาว
เมื่อผลิตดอกเล็กๆ จะละลานตาไปทั่ว ต้นฝาดเป็นไม้ที่มีประโยชน์มาก เช่นเนื้อไม้ใช้ยอมจีวรพระ หรือทำถ่านหุ้งต้ม
ทุบแช่แมงกระพรุน เป้นต้น
ศาลา 4 ป่าปลูก เป็นจุดฟื้นฟูสภาพป่า เดิมมีดงหญ้าทะเลหนาแน่น เคยมีพะยูน หรือหมูดุด อยู่อย่างชุกชุม
แต่ปัจจุบันสูญพันธ์ไปจากอ่าวคุ้งกระแบนแล้ว นอกจากนี้ยังอธิบายถึงประโยชน์ของปูก้ามดาบในระบบนิเวศป่าชายเลน
กอ่นถึงศาลาที่ 5 จะต้องเดินข้ามสพานแขวนตรงจุดที่เป้นรอ่งน้ำไหล เพิ่มรสชาติในการเดินเท้าได้ทีเดียว
ศาลา 5 ปู่แสม เป็นอีกจุดที่น่าประทับใจ ฑโดยสร้างสพานไม้ล้อมรอบต้นแสมขาวโบราณขนาดใหญ่ร่วมสิบคนโอบ
ที่หลงเหลืออยู่ ชาวบ้านศรัทธาจึงพากันเรียกว่าแสมขาวโบราณต้นนี้ว่าปู่ขาว ปู่แสมต้นนี้มีลำต้นเพียงครึ่งซีก
เพราะเคยถูกไฟไหม้ที่ลำต้นในยุคที่ ป่าชายเลนที่นี้ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู
ศาลา 6 โกงกาง อยู่สุดปลายสะพานกอ่นที่จะวกกลับ พื้นที่บริเวณนี้หนาแน่นด้วย ต้นโกงกางใบเล็ก อายุไม่น้อยกว่า 30 ปี
โกงกางเป็นไม้เด่นในป่าชายเลน มีมากกว่า /80 เปอร์เซ็นย์ของพื้นที่ป่า บริเวณศาลามีข้อมูลรายละเอียดประโยชน์ของโกงกาง
เช่น เปลือกไม้ใช้ต้มเป็นยาแก้ท้องร่วง บิด หรือเปลือกพอกแผล ห้ามเลือด หรือหากนำไม้โกงกางมาเผา ก็จะได้ถ่านคุณภาพดี
ให้ความร้อนสูงมากกว่าถ่านท่ี่เผาจากไม้ชนิดอื่น
ศาลา 7 ประมง จุดสาธิตบอ่กุ้งกุลาดำระบบปิดที่ไม่กอ่เกิดมลภาวะ
ศาลาสุดท้ายคือ ศาลา 8 เชิงทรง หรือป่ารอยต่อระหว่างป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าบก ชว่งต่อรอยป่าชนิดต่างๆ
ดังกล่าวจะมีพรรณไม้ทั้งป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าบก ปะปนกันไป เนืองจากบางเดือนที่น้ำท่วมถึงบริเวณป่าบก
หรือท่วมเข้ามาถึงชายฝั่ง ก็ได้นำต้นพันธ์ของไม้ชายเลนเข้าไปเจริญเติบโตผสมกับป่าบก พันธุืไม้บิรเณนี้จึงมีทั้งบูนขาว
ตะบูนดำ ไม้ตะบัน ของป่าชายเลน และดอกดองดึงสีเหลืองแดง ต้นเท้ายายม่อ่มของป่าบก
*หาดแหลมเสด็จ
-มีพื้นที่กางเต๊น ติดต่อสำนักงานป่าไม้ ฝั่งตรงถนนเลียบชายหาด
เป้นหาดทรายละเอียดสีขาวหม่น มีความยาว 2-3กม. มีสนทะเลขึ้นเรียงรายตลอดแนวชายหาด ในช่วงเดือน พ.ย เม.ย
คลื่นลมสงบ น้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับเล่นน้ำทะเล แต่ชายหาดมีขยะรกตา เมือ่เข้าสู่ฤดูมรสุม
น้ำทะเลคอ่นข้างขุ่นและคลื่นแรงไม่เหมาะจะเล่นน้ำ มีร้านอาหารทะเลตั้งเรียงรายตลอดชายหาด
*สวนรวมพันธ์ไม้มงคล 76 จังหวัด
-ที่ตั้ง ตรงข้ามกับชายหาดแหลมเสด็จ สุดปลายทางหลวงหมายเลข3399 ฝั่งขวามือ
ร่มรื่นไปด้วยป่าชายหาดผืนเล็กๆมีทางเดินศึกษาธรรมชาติสั้นๆ มีพันธ์ไม้ที่น่าสนใจ เช่น ต้นเสม็ดแดง หว้าสม
เท้ายายม่อม โปรงแดง นนทรีป่า กระทิง และที่น่าสนใจคือ เตยทะเล เป็นไม้พุ่ม ลำต้น และใบคล้ายกับสับประรด
แต่พุ่มใหยญก่วา ถ้าเป็นต้นดอกตัวผู้จะมีดอกสีขาวส่งกลิ่มหอมมากในตตอนมืด มักเรียกว่าต้นลำเจียก ส่วนต้นดอก
ตัวเมียเตยทะเล
พรรณไม้ที่นำมาปลูกเพิ่มในบริเวณนี้ เป็นพรรณไม้ประจำจังหวัดต่างๆ ที่สมเด็จพระเจ้าฯ พระบรมราข
ชีนาถ โปรดเกล้าฯให้นำมาปลูกเพราะพันธ์ และมอบให้ผู้ว่าข้าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นั้นปลูกจังหวัดนั้น
ๆ เพื่อเป้นสิริมงคล เมือ่ว้นที่ 9 พ.ค 2537 ถือเป็นเริ่มโครงการปลูกถาวรเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชยืครบ 50ปี

  • เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระแบน
    -เปิดทุกวันเวลา08.00-17.00น.
    -ไม่มีบ้านพักขออนุญาตกางเต๋นพักแรมได้
    -ไม่มีร้านอาหาร
    -ที่ตั้งและการเดินทาง ใช้เส้นทางอ่าวคุ้งกระแบน-หาดเจ้าหลาว ระยะทาง 15 กม. ผ่านหาดเจ้าหลาว
    ถนนจะเข้าเจ้าหลาวประมาณ 1กม. ให้เลี้ยวขวามือไปยังที่ทำการเขตห้ามล่าฯ อีก 800ม.
    เชิงเขาเจ้าหลาวเป็นป่าชายหาด บนเขาเป็นป่าดงดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ พันธ์ไม้โดยรอบพื้นที่ ได้แก่
    ยางนา ยางแดง ไม้หอม ตะแบก สะแก ฯลฯ เนื่องจากพื้นที่เคยถูกบุกรุกทำลายจนเปลี่ยนสภาพไปบางส่วน
    จึงพบเพียงสัตว์ขนาดกลางและขนาดเล็ก ได้แก่ เก้ง กระจงหนู เม่นใหญ่ กระต่ายป่า กิ้งกาหัวแดง เป็นต้น
    ทางด้านหน้าที่ทำการเขตฯ เป็นหาดหิน เหมาะสำหรับนั่งพักผอ่น หรือตกปลา บริเวณสำนักงานมีเส้นทางเดิน
    ศึกษาธรรมชาติ โดยตัดเข้าไปบริเวณป่าดงดิบและเชิงเขา เส้นทางขึ้นบนเนินเตี้ยๆระยะทางประมาณ 1.5กม.

*ที่เที่ยว
ช่วงอ่าวคุ้งกระแบน -หาดเจ้าหลาว-แหลมสิงห์่
(ดูแผนที่ 3)
*ที่เที่ยวโดดเด่น
*หาดเจ้าหลาว
เป้นเส้นทางชายฝั่งทะเล เหมาะสำหรับการขับรถเที่ยว ระหว่างทางผ่านชายทะเล เวิ้งอ่าว ป่าชายเลน และแหล่ง
ชุมขนชาวประมง จะได้เห็นวีธีชีวิตคนท้องถิ่นที่มีอาชีพเลี้ยงหอยนางรม และจับแมงกระพรุนเพื่อส่งออก
นอกจากนี้ชายหาดอ่าวคุ้งกระแบนและที่เกาะเปริดบริเวณใกล้กับปากแม่น้ำแหลมสิงห์ นอกจากเป็น
แหล่งขายน้ำปลา ที่ทำจากปลาหัวออ่นที่มีชือ่แล้ว ชายทะเลบริเวณนี้ยังชื่อเรืองอาหารทะเล โดยเฉพาะใน
เรื่องของความสด มีร้านอาหารทะเล มีชื่อหลายร้านตามบริเวณริมหาด
*อ่าวคุ้งกระแบน
ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน
เมื่อมองจากทางอากาศ อ่าวคุ้งกระแบนมีลักษณะคล้ายไต หรือปลา กระแบนเป็นที่มาของชื่อ อ่าวคุ้งกระแบน หรือ
ทะใน( Lagoon)เป็นเวิ้งอ่าว ที่มีลักษณะพิเศษที่ถูกปิดล้อมด้วยสันทราย มีทางเข้าออกของน้ำทะเลเพียงทางเดียว
มีคลองน้ำจืดหลายสายไหลลงอ่าวอาณาบริเวณอ่าวฯ เป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบนอันเป็น
อันเป็นโครงการของราชดำริ เพื่อพัฒนาพื้นที่อยางครบวงจรด้วยวิทยาการสมัยใหม่ โดยเฉพาะมีบอ่สาทิตการเลี่ยงกุ้ง
กุลาดำระบบปิด ซึ่งหลายคนให้ความสนใจเข้าไปเที่ยวชม และจากสภาพแวดล้อมอันอุดุมสมบูรณ์ไปด้วยโกงกาง
ที่นี่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติชายฝั่ทะเลป่าชายเลน มีทางเดินสำหรับผู้เดินชมศึกษาด้วยตนเอง
ในช่วงเวลาเช้าตรู่และช่วงเย็น เป็นชว่งน้ำลงจะมองเห้นหาดกว้างสุดสายตา ขณะเดียวกันชาวบ้านบริเวณรอบสพานแขวนจะ
ออกมาเก็บหอยชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ชุกชุม ได้แก่ หอยปากเป็ด หอยกระปุก หอยนางรม และปูดำ หากนักทอ่งเที่ยวสนใจ
สามารถหาซื้อได้จากชาวบ้านบริเวณสามแยกบ้านหมูดุด
ที่นี่นับเป้นแหล่งทอ่งเที่ยวซึ่งเพียบพร้อมไปด้ยวความรู้ และแวดล้อมไปด้วยบรรยากาศชายทะเล โดยเฉพาะด้านตะวันออก
เฉียงใต้ที่ติดกับชายทะเลแหลมเด็จ หาดทรายทางด้านนี้กว้าง เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลพักผอ่นยอ่นใจ
*ที่ตั้งและการเดินทาง อยู่ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ และคอมคลุมพื้นที่ ต.สนามไชย อ.นายายอาม ห่างจากตัวเมืองไป
ทางตะวันตกประมาณ 30กม.
*รถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกหอนาฬิกา อ.ท่าใหม่ ให้เลี้ยวไปตาม ถ.ท่าใหม่ -อ่าวคุ้งกระแบน ผ่านโครงการชลประทาน
จันทบุรี ข้ามสะพานซึ่งเป็นคันกั้นแม่น้ำวังโตนด ถนนจะไปบรรจบกับสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปอ่าวคุ้งกระแบน
ระยะทาง 8กม. มีป้ายบอกตลอดทาง สองข้างทางปลูกสนทะเลยาวหลายกิโลเมตร
*รถประจำทาง จากตัวเมืองมีรถประจำทางสายจันทบุรี ท่าใหม่ เป็นรถเก๋งโตโยต้ารุ่นเก่า จอดอยู่หน้าตลาดน้ำพุ
ต่างจากรถประจำทางไปอำเภออื่นตรงที่เป็นรถสองแถวเล็ก ค่ารถ 20บาท รอผู้โดยสารเต็มหกคนจึงจะออก
แต่สามารถเหมาให้ไปส่งได้ในราคา 100บาท
รถประจำทางจาก อ.ท่าใหม่ไปยังอ่าวคุ้กระแบน มีรถเฉพาะในช่วงสายจนถึง 15.00น. เป็นรถรับส่งแม่ค้า
เวลาออกไม่แน่นอนให้รอขึ้นบริเวณสี่แยกหอนาฬิกา อ.ทาใหม่ ค่ารถ 20บาท หรือเหมาไปราคา 250บาท
*มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ท่ารถอยู่หน้าตลาด อ.ท่าใหม่ ค่ารถ 50บาท ถ้าสองคนคิด 80บาท
*ที่พักและสิ่งอำนวยความสดวก บริเวณอ่าวคุ้งกระแบนมีที่พักแบบรีสอร์ตของเอกชนคือ มัลดีฟ
บีช รีสอร์ตหากมาเป็นหมู่คณะจะพักที่เรือนรับรองของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบนก็ได้ แต่ต้องติดต่อล่วงหน้า
นอกจากนี้ยังมีนิมารท์และร้านอาหารทะเลบริการหลายร้านในย่นใก้ลชายหาด
*สิ่งน่าสนใจ
*ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน
-เปิดทุกวันเวลา08.00-18.00น.
-หากเข้าชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน
หมู่4 ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 22120 โทร0-3936-9215-8
เป้นหนึ่งโครงการพระราชดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่และบริเวณพี้นที่ใก้ลเคียง โดยฟี้นฟูแลสภาพ
แวดล้อมของขายฝั่งทะเลให้มีสภาพสมบูรณ์ ภายในพี้นที่ศูนย์ร่มครี้มไปด้วยพรรณไม้ป่าชายเลน
ภายในศูนย์มีหอ้งยาย ศูนย์ข้อมูล ห้องสมุด เปิดบริการสำหรับบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการสาทิตการเลี้ยงกุ้ง
กุลาดำด้วยระบบปิดที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้ยังเกิดความสมดุลของห่วงโซ่อาหารในบอ่เลี้ยงด้วย โดยมีบ่อน้ำพักเสีย
จากบอ่กุ้ง ซึ่งใช้สาหร่าย และหญ้าทะเลดูดซับอาหารที่ตกค้างในน้ำเสีย ใช้ปลากินพืชเน่าเสีย และใช้ปลากินเนี้อในการกำจัด
เศษซากอาหารอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นจะส่งน้ำเข้าการบำบัดด้วยนางลม เพื่อดูดซับธาตุอาหารตกค้าง ปรับคุณสมบัติ ของ
น้ำให้มีคุณภาพ กอ่นนำไปใช้ในบอ่เลี้ยงกุ้งตอ่ไป ผู้เข้าชมสนที่เทคนิคการเลี้ยงกุ้ง ดังกล่าว ทางศูนย์มีเอกสารเผยแพร่แจกฟรี
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลด้านอื่นๆ ได้แก่ การเพราะพันธ์ปลากะพงขาว การทำน้ำปลา ฯลฯ และมีการแสดงตู้เลี้ยงปลากะรัง
เป็นปลาที่เลี้ยงไว้ขาย และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบำบัดน้ำเสียจากบ่อกุ้ง
*ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระแบน อยู่ตรงข้ามกับชายหาดแหลมเด็จ ภายในพื้นที่โครงการศูนย์ศึกษา การพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน
มีพื้นที่ 1,100ไร่ ส่วนหนึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าคุ้งกระแบน และป่าอ่าวแขมหมู เดิมเป้นป่าชายเลนเสื่อมโทรม อต่มา
ได้รับการฟื้นฟูให้อยู่ในสภาพดังเดิม และมีไม้เดิมขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่ ทางศูนย์จึงได้สร้างสพานไม้เป็นเส้นทางศึกษาความ
ยาว 850ม. ทอดไปในผืนป่าชายเลน มีศาลาข้อมูลความรู้ต่างๆ แปดศาลา ประกอบด้วย
ศาลา 1 กำเนิดอ่าวคุ้งกระแบน อธิบายปรากฏทางธรณีวิทยา ที่เกิดจากการกัดเซาะเทือกเขาเล็กๆ ที่โอบตัวปิดล้อม
พรุบริเวณริมฝั่งทะเลเมือประมาณ 245ล้านปีก่อนกระทั่งกลายเป็นอ่าวเมือ 1.500ปีที่ผ่านมา
ศาลา 2 ไม้เบิก อธิบายถึงไม้แสมดำและแสมขาวที่เป็นไม้เบิกนำ กอ่นที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์
ศาลา3 ดงฝาด เป็นจุดที่สวยงามไปด้วยดงต้นฝาด ต้นฝาดแดงจะให้ดอกแดง ส่วนต้นฝาดขาวจะให้ดอกขาว
เมื่อผลิตดอกเล็กๆ จะละลานตาไปทั่ว ต้นฝาดเป็นไม้ที่มีประโยชน์มาก เช่นเนื้อไม้ใช้ยอมจีวรพระ หรือทำถ่านหุ้งต้ม
ทุบแช่แมงกระพรุน เป้นต้น
ศาลา 4 ป่าปลูก เป็นจุดฟื้นฟูสภาพป่า เดิมมีดงหญ้าทะเลหนาแน่น เคยมีพะยูน หรือหมูดุด อยู่อย่างชุกชุม
แต่ปัจจุบันสูญพันธ์ไปจากอ่าวคุ้งกระแบนแล้ว นอกจากนี้ยังอธิบายถึงประโยชน์ของปูก้ามดาบในระบบนิเวศป่าชายเลน
กอ่นถึงศาลาที่ 5 จะต้องเดินข้ามสพานแขวนตรงจุดที่เป้นรอ่งน้ำไหล เพิ่มรสชาติในการเดินเท้าได้ทีเดียว
ศาลา 5 ปู่แสม เป็นอีกจุดที่น่าประทับใจ ฑโดยสร้างสพานไม้ล้อมรอบต้นแสมขาวโบราณขนาดใหญ่ร่วมสิบคนโอบ
ที่หลงเหลืออยู่ ชาวบ้านศรัทธาจึงพากันเรียกว่าแสมขาวโบราณต้นนี้ว่าปู่ขาว ปู่แสมต้นนี้มีลำต้นเพียงครึ่งซีก
เพราะเคยถูกไฟไหม้ที่ลำต้นในยุคที่ ป่าชายเลนที่นี้ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู
ศาลา 6 โกงกาง อยู่สุดปลายสะพานกอ่นที่จะวกกลับ พื้นที่บริเวณนี้หนาแน่นด้วย ต้นโกงกางใบเล็ก อายุไม่น้อยกว่า 30 ปี
โกงกางเป็นไม้เด่นในป่าชายเลน มีมากกว่า /80 เปอร์เซ็นย์ของพื้นที่ป่า บริเวณศาลามีข้อมูลรายละเอียดประโยชน์ของโกงกาง
เช่น เปลือกไม้ใช้ต้มเป็นยาแก้ท้องร่วง บิด หรือเปลือกพอกแผล ห้ามเลือด หรือหากนำไม้โกงกางมาเผา ก็จะได้ถ่านคุณภาพดี
ให้ความร้อนสูงมากกว่าถ่านท่ี่เผาจากไม้ชนิดอื่น
ศาลา 7 ประมง จุดสาธิตบอ่กุ้งกุลาดำระบบปิดที่ไม่กอ่เกิดมลภาวะ
ศาลาสุดท้ายคือ ศาลา 8 เชิงทรง หรือป่ารอยต่อระหว่างป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าบก ชว่งต่อรอยป่าชนิดต่างๆ
ดังกล่าวจะมีพรรณไม้ทั้งป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าบก ปะปนกันไป เนืองจากบางเดือนที่น้ำท่วมถึงบริเวณป่าบก
หรือท่วมเข้ามาถึงชายฝั่ง ก็ได้นำต้นพันธ์ของไม้ชายเลนเข้าไปเจริญเติบโตผสมกับป่าบก พันธุืไม้บิรเณนี้จึงมีทั้งบูนขาว
ตะบูนดำ ไม้ตะบัน ของป่าชายเลน และดอกดองดึงสีเหลืองแดง ต้นเท้ายายม่อ่มของป่าบก
*หาดแหลมเสด็จ
-มีพื้นที่กางเต๊น ติดต่อสำนักงานป่าไม้ ฝั่งตรงถนนเลียบชายหาด
เป้นหาดทรายละเอียดสีขาวหม่น มีความยาว 2-3กม. มีสนทะเลขึ้นเรียงรายตลอดแนวชายหาด ในช่วงเดือน พ.ย เม.ย
คลื่นลมสงบ น้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับเล่นน้ำทะเล แต่ชายหาดมีขยะรกตา เมือ่เข้าสู่ฤดูมรสุม
น้ำทะเลคอ่นข้างขุ่นและคลื่นแรงไม่เหมาะจะเล่นน้ำ มีร้านอาหารทะเลตั้งเรียงรายตลอดชายหาด
*สวนรวมพันธ์ไม้มงคล 76 จังหวัด
-ที่ตั้ง ตรงข้ามกับชายหาดแหลมเสด็จ สุดปลายทางหลวงหมายเลข3399 ฝั่งขวามือ
ร่มรื่นไปด้วยป่าชายหาดผืนเล็กๆมีทางเดินศึกษาธรรมชาติสั้นๆ มีพันธ์ไม้ที่น่าสนใจ เช่น ต้นเสม็ดแดง หว้าสม
เท้ายายม่อม โปรงแดง นนทรีป่า กระทิง และที่น่าสนใจคือ เตยทะเล เป็นไม้พุ่ม ลำต้น และใบคล้ายกับสับประรด
แต่พุ่มใหยญก่วา ถ้าเป็นต้นดอกตัวผู้จะมีดอกสีขาวส่งกลิ่มหอมมากในตตอนมืด มักเรียกว่าต้นลำเจียก ส่วนต้นดอก
ตัวเมียเตยทะเล
พรรณไม้ที่นำมาปลูกเพิ่มในบริเวณนี้ เป็นพรรณไม้ประจำจังหวัดต่างๆ ที่สมเด็จพระเจ้าฯ พระบรมราข
ชีนาถ โปรดเกล้าฯให้นำมาปลูกเพราะพันธ์ และมอบให้ผู้ว่าข้าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นั้นปลูกจังหวัดนั้น
ๆ เพื่อเป้นสิริมงคล เมือ่ว้นที่ 9 พ.ค 2537 ถือเป็นเริ่มโครงการปลูกถาวรเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชยืครบ 50ปี

  • เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระแบน
    -เปิดทุกวันเวลา08.00-17.00น.
    -ไม่มีบ้านพักขออนุญาตกางเต๋นพักแรมได้
    -ไม่มีร้านอาหาร
    -ที่ตั้งและการเดินทาง ใช้เส้นทางอ่าวคุ้งกระแบน-หาดเจ้าหลาว ระยะทาง 15 กม. ผ่านหาดเจ้าหลาว
    ถนนจะเข้าเจ้าหลาวประมาณ 1กม. ให้เลี้ยวขวามือไปยังที่ทำการเขตห้ามล่าฯ อีก 800ม.
    เชิงเขาเจ้าหลาวเป็นป่าชายหาด บนเขาเป็นป่าดงดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ พันธ์ไม้โดยรอบพื้นที่ ได้แก่
    ยางนา ยางแดง ไม้หอม ตะแบก สะแก ฯลฯ เนื่องจากพื้นที่เคยถูกบุกรุกทำลายจนเปลี่ยนสภาพไปบางส่วน
    จึงพบเพียงสัตว์ขนาดกลางและขนาดเล็ก ได้แก่ เก้ง กระจงหนู เม่นใหญ่ กระต่ายป่า กิ้งกาหัวแดง เป็นต้น
    ทางด้านหน้าที่ทำการเขตฯ เป็นหาดหิน เหมาะสำหรับนั่งพักผอ่น หรือตกปลา บริเวณสำนักงานมีเส้นทางเดิน
    ศึกษาธรรมชาติ โดยตัดเข้าไปบริเวณป่าดงดิบและเชิงเขา เส้นทางขึ้นบนเนินเตี้ยๆระยะทางประมาณ 1.5กม.

*ที่เที่ยว
ช่วงอ่าวคุ้งกระแบน -หาดเจ้าหลาว-แหลมสิงห์่
(ดูแผนที่ 3)
*ที่เที่ยวโดดเด่น
*หาดเจ้าหลาว
เป้นเส้นทางชายฝั่งทะเล เหมาะสำหรับการขับรถเที่ยว ระหว่างทางผ่านชายทะเล เวิ้งอ่าว ป่าชายเลน และแหล่ง
ชุมขนชาวประมง จะได้เห็นวีธีชีวิตคนท้องถิ่นที่มีอาชีพเลี้ยงหอยนางรม และจับแมงกระพรุนเพื่อส่งออก
นอกจากนี้ชายหาดอ่าวคุ้งกระแบนและที่เกาะเปริดบริเวณใกล้กับปากแม่น้ำแหลมสิงห์ นอกจากเป็น
แหล่งขายน้ำปลา ที่ทำจากปลาหัวออ่นที่มีชือ่แล้ว ชายทะเลบริเวณนี้ยังชื่อเรืองอาหารทะเล โดยเฉพาะใน
เรื่องของความสด มีร้านอาหารทะเล มีชื่อหลายร้านตามบริเวณริมหาด
*อ่าวคุ้งกระแบน
ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน
เมื่อมองจากทางอากาศ อ่าวคุ้งกระแบนมีลักษณะคล้ายไต หรือปลา กระแบนเป็นที่มาของชื่อ อ่าวคุ้งกระแบน หรือ
ทะใน( Lagoon)เป็นเวิ้งอ่าว ที่มีลักษณะพิเศษที่ถูกปิดล้อมด้วยสันทราย มีทางเข้าออกของน้ำทะเลเพียงทางเดียว
มีคลองน้ำจืดหลายสายไหลลงอ่าวอาณาบริเวณอ่าวฯ เป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบนอันเป็น
อันเป็นโครงการของราชดำริ เพื่อพัฒนาพื้นที่อยางครบวงจรด้วยวิทยาการสมัยใหม่ โดยเฉพาะมีบอ่สาทิตการเลี่ยงกุ้ง
กุลาดำระบบปิด ซึ่งหลายคนให้ความสนใจเข้าไปเที่ยวชม และจากสภาพแวดล้อมอันอุดุมสมบูรณ์ไปด้วยโกงกาง
ที่นี่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติชายฝั่ทะเลป่าชายเลน มีทางเดินสำหรับผู้เดินชมศึกษาด้วยตนเอง
ในช่วงเวลาเช้าตรู่และช่วงเย็น เป็นชว่งน้ำลงจะมองเห้นหาดกว้างสุดสายตา ขณะเดียวกันชาวบ้านบริเวณรอบสพานแขวนจะ
ออกมาเก็บหอยชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ชุกชุม ได้แก่ หอยปากเป็ด หอยกระปุก หอยนางรม และปูดำ หากนักทอ่งเที่ยวสนใจ
สามารถหาซื้อได้จากชาวบ้านบริเวณสามแยกบ้านหมูดุด
ที่นี่นับเป้นแหล่งทอ่งเที่ยวซึ่งเพียบพร้อมไปด้ยวความรู้ และแวดล้อมไปด้วยบรรยากาศชายทะเล โดยเฉพาะด้านตะวันออก
เฉียงใต้ที่ติดกับชายทะเลแหลมเด็จ หาดทรายทางด้านนี้กว้าง เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลพักผอ่นยอ่นใจ
*ที่ตั้งและการเดินทาง อยู่ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ และคอมคลุมพื้นที่ ต.สนามไชย อ.นายายอาม ห่างจากตัวเมืองไป
ทางตะวันตกประมาณ 30กม.
*รถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกหอนาฬิกา อ.ท่าใหม่ ให้เลี้ยวไปตาม ถ.ท่าใหม่ -อ่าวคุ้งกระแบน ผ่านโครงการชลประทาน
จันทบุรี ข้ามสะพานซึ่งเป็นคันกั้นแม่น้ำวังโตนด ถนนจะไปบรรจบกับสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปอ่าวคุ้งกระแบน
ระยะทาง 8กม. มีป้ายบอกตลอดทาง สองข้างทางปลูกสนทะเลยาวหลายกิโลเมตร
*รถประจำทาง จากตัวเมืองมีรถประจำทางสายจันทบุรี ท่าใหม่ เป็นรถเก๋งโตโยต้ารุ่นเก่า จอดอยู่หน้าตลาดน้ำพุ
ต่างจากรถประจำทางไปอำเภออื่นตรงที่เป็นรถสองแถวเล็ก ค่ารถ 20บาท รอผู้โดยสารเต็มหกคนจึงจะออก
แต่สามารถเหมาให้ไปส่งได้ในราคา 100บาท
รถประจำทางจาก อ.ท่าใหม่ไปยังอ่าวคุ้กระแบน มีรถเฉพาะในช่วงสายจนถึง 15.00น. เป็นรถรับส่งแม่ค้า
เวลาออกไม่แน่นอนให้รอขึ้นบริเวณสี่แยกหอนาฬิกา อ.ทาใหม่ ค่ารถ 20บาท หรือเหมาไปราคา 250บาท
*มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ท่ารถอยู่หน้าตลาด อ.ท่าใหม่ ค่ารถ 50บาท ถ้าสองคนคิด 80บาท
*ที่พักและสิ่งอำนวยความสดวก บริเวณอ่าวคุ้งกระแบนมีที่พักแบบรีสอร์ตของเอกชนคือ มัลดีฟ
บีช รีสอร์ตหากมาเป็นหมู่คณะจะพักที่เรือนรับรองของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบนก็ได้ แต่ต้องติดต่อล่วงหน้า
นอกจากนี้ยังมีนิมารท์และร้านอาหารทะเลบริการหลายร้านในย่นใก้ลชายหาด
*สิ่งน่าสนใจ
*ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน
-เปิดทุกวันเวลา08.00-18.00น.
-หากเข้าชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน
หมู่4 ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 22120 โทร0-3936-9215-8
เป้นหนึ่งโครงการพระราชดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่และบริเวณพี้นที่ใก้ลเคียง โดยฟี้นฟูแลสภาพ
แวดล้อมของขายฝั่งทะเลให้มีสภาพสมบูรณ์ ภายในพี้นที่ศูนย์ร่มครี้มไปด้วยพรรณไม้ป่าชายเลน
ภายในศูนย์มีหอ้งยาย ศูนย์ข้อมูล ห้องสมุด เปิดบริการสำหรับบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการสาทิตการเลี้ยงกุ้ง
กุลาดำด้วยระบบปิดที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้ยังเกิดความสมดุลของห่วงโซ่อาหารในบอ่เลี้ยงด้วย โดยมีบ่อน้ำพักเสีย
จากบอ่กุ้ง ซึ่งใช้สาหร่าย และหญ้าทะเลดูดซับอาหารที่ตกค้างในน้ำเสีย ใช้ปลากินพืชเน่าเสีย และใช้ปลากินเนี้อในการกำจัด
เศษซากอาหารอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นจะส่งน้ำเข้าการบำบัดด้วยนางลม เพื่อดูดซับธาตุอาหารตกค้าง ปรับคุณสมบัติ ของ
น้ำให้มีคุณภาพ กอ่นนำไปใช้ในบอ่เลี้ยงกุ้งตอ่ไป ผู้เข้าชมสนที่เทคนิคการเลี้ยงกุ้ง ดังกล่าว ทางศูนย์มีเอกสารเผยแพร่แจกฟรี
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลด้านอื่นๆ ได้แก่ การเพราะพันธ์ปลากะพงขาว การทำน้ำปลา ฯลฯ และมีการแสดงตู้เลี้ยงปลากะรัง
เป็นปลาที่เลี้ยงไว้ขาย และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบำบัดน้ำเสียจากบ่อกุ้ง
*ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระแบน อยู่ตรงข้ามกับชายหาดแหลมเด็จ ภายในพื้นที่โครงการศูนย์ศึกษา การพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน
มีพื้นที่ 1,100ไร่ ส่วนหนึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าคุ้งกระแบน และป่าอ่าวแขมหมู เดิมเป้นป่าชายเลนเสื่อมโทรม อต่มา
ได้รับการฟื้นฟูให้อยู่ในสภาพดังเดิม และมีไม้เดิมขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่ ทางศูนย์จึงได้สร้างสพานไม้เป็นเส้นทางศึกษาความ
ยาว 850ม. ทอดไปในผืนป่าชายเลน มีศาลาข้อมูลความรู้ต่างๆ แปดศาลา ประกอบด้วย
ศาลา 1 กำเนิดอ่าวคุ้งกระแบน อธิบายปรากฏทางธรณีวิทยา ที่เกิดจากการกัดเซาะเทือกเขาเล็กๆ ที่โอบตัวปิดล้อม
พรุบริเวณริมฝั่งทะเลเมือประมาณ 245ล้านปีก่อนกระทั่งกลายเป็นอ่าวเมือ 1.500ปีที่ผ่านมา
ศาลา 2 ไม้เบิก อธิบายถึงไม้แสมดำและแสมขาวที่เป็นไม้เบิกนำ กอ่นที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์
ศาลา3 ดงฝาด เป็นจุดที่สวยงามไปด้วยดงต้นฝาด ต้นฝาดแดงจะให้ดอกแดง ส่วนต้นฝาดขาวจะให้ดอกขาว
เมื่อผลิตดอกเล็กๆ จะละลานตาไปทั่ว ต้นฝาดเป็นไม้ที่มีประโยชน์มาก เช่นเนื้อไม้ใช้ยอมจีวรพระ หรือทำถ่านหุ้งต้ม
ทุบแช่แมงกระพรุน เป้นต้น
ศาลา 4 ป่าปลูก เป็นจุดฟื้นฟูสภาพป่า เดิมมีดงหญ้าทะเลหนาแน่น เคยมีพะยูน หรือหมูดุด อยู่อย่างชุกชุม
แต่ปัจจุบันสูญพันธ์ไปจากอ่าวคุ้งกระแบนแล้ว นอกจากนี้ยังอธิบายถึงประโยชน์ของปูก้ามดาบในระบบนิเวศป่าชายเลน
กอ่นถึงศาลาที่ 5 จะต้องเดินข้ามสพานแขวนตรงจุดที่เป้นรอ่งน้ำไหล เพิ่มรสชาติในการเดินเท้าได้ทีเดียว
ศาลา 5 ปู่แสม เป็นอีกจุดที่น่าประทับใจ ฑโดยสร้างสพานไม้ล้อมรอบต้นแสมขาวโบราณขนาดใหญ่ร่วมสิบคนโอบ
ที่หลงเหลืออยู่ ชาวบ้านศรัทธาจึงพากันเรียกว่าแสมขาวโบราณต้นนี้ว่าปู่ขาว ปู่แสมต้นนี้มีลำต้นเพียงครึ่งซีก
เพราะเคยถูกไฟไหม้ที่ลำต้นในยุคที่ ป่าชายเลนที่นี้ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู
ศาลา 6 โกงกาง อยู่สุดปลายสะพานกอ่นที่จะวกกลับ พื้นที่บริเวณนี้หนาแน่นด้วย ต้นโกงกางใบเล็ก อายุไม่น้อยกว่า 30 ปี
โกงกางเป็นไม้เด่นในป่าชายเลน มีมากกว่า /80 เปอร์เซ็นย์ของพื้นที่ป่า บริเวณศาลามีข้อมูลรายละเอียดประโยชน์ของโกงกาง
เช่น เปลือกไม้ใช้ต้มเป็นยาแก้ท้องร่วง บิด หรือเปลือกพอกแผล ห้ามเลือด หรือหากนำไม้โกงกางมาเผา ก็จะได้ถ่านคุณภาพดี
ให้ความร้อนสูงมากกว่าถ่านท่ี่เผาจากไม้ชนิดอื่น
ศาลา 7 ประมง จุดสาธิตบอ่กุ้งกุลาดำระบบปิดที่ไม่กอ่เกิดมลภาวะ
ศาลาสุดท้ายคือ ศาลา 8 เชิงทรง หรือป่ารอยต่อระหว่างป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าบก ชว่งต่อรอยป่าชนิดต่างๆ
ดังกล่าวจะมีพรรณไม้ทั้งป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าบก ปะปนกันไป เนืองจากบางเดือนที่น้ำท่วมถึงบริเวณป่าบก
หรือท่วมเข้ามาถึงชายฝั่ง ก็ได้นำต้นพันธ์ของไม้ชายเลนเข้าไปเจริญเติบโตผสมกับป่าบก พันธุืไม้บิรเณนี้จึงมีทั้งบูนขาว
ตะบูนดำ ไม้ตะบัน ของป่าชายเลน และดอกดองดึงสีเหลืองแดง ต้นเท้ายายม่อ่มของป่าบก
*หาดแหลมเสด็จ
-มีพื้นที่กางเต๊น ติดต่อสำนักงานป่าไม้ ฝั่งตรงถนนเลียบชายหาด
เป้นหาดทรายละเอียดสีขาวหม่น มีความยาว 2-3กม. มีสนทะเลขึ้นเรียงรายตลอดแนวชายหาด ในช่วงเดือน พ.ย เม.ย
คลื่นลมสงบ น้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับเล่นน้ำทะเล แต่ชายหาดมีขยะรกตา เมือ่เข้าสู่ฤดูมรสุม
น้ำทะเลคอ่นข้างขุ่นและคลื่นแรงไม่เหมาะจะเล่นน้ำ มีร้านอาหารทะเลตั้งเรียงรายตลอดชายหาด
*สวนรวมพันธ์ไม้มงคล 76 จังหวัด
-ที่ตั้ง ตรงข้ามกับชายหาดแหลมเสด็จ สุดปลายทางหลวงหมายเลข3399 ฝั่งขวามือ
ร่มรื่นไปด้วยป่าชายหาดผืนเล็กๆมีทางเดินศึกษาธรรมชาติสั้นๆ มีพันธ์ไม้ที่น่าสนใจ เช่น ต้นเสม็ดแดง หว้าสม
เท้ายายม่อม โปรงแดง นนทรีป่า กระทิง และที่น่าสนใจคือ เตยทะเล เป็นไม้พุ่ม ลำต้น และใบคล้ายกับสับประรด
แต่พุ่มใหยญก่วา ถ้าเป็นต้นดอกตัวผู้จะมีดอกสีขาวส่งกลิ่มหอมมากในตตอนมืด มักเรียกว่าต้นลำเจียก ส่วนต้นดอก
ตัวเมียเตยทะเล
พรรณไม้ที่นำมาปลูกเพิ่มในบริเวณนี้ เป็นพรรณไม้ประจำจังหวัดต่างๆ ที่สมเด็จพระเจ้าฯ พระบรมราข
ชีนาถ โปรดเกล้าฯให้นำมาปลูกเพราะพันธ์ และมอบให้ผู้ว่าข้าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นั้นปลูกจังหวัดนั้น
ๆ เพื่อเป้นสิริมงคล เมือ่ว้นที่ 9 พ.ค 2537 ถือเป็นเริ่มโครงการปลูกถาวรเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชยืครบ 50ปี

  • เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระแบน
    -เปิดทุกวันเวลา08.00-17.00น.
    -ไม่มีบ้านพักขออนุญาตกางเต๋นพักแรมได้
    -ไม่มีร้านอาหาร
    -ที่ตั้งและการเดินทาง ใช้เส้นทางอ่าวคุ้งกระแบน-หาดเจ้าหลาว ระยะทาง 15 กม. ผ่านหาดเจ้าหลาว
    ถนนจะเข้าเจ้าหลาวประมาณ 1กม. ให้เลี้ยวขวามือไปยังที่ทำการเขตห้ามล่าฯ อีก 800ม.
    เชิงเขาเจ้าหลาวเป็นป่าชายหาด บนเขาเป็นป่าดงดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ พันธ์ไม้โดยรอบพื้นที่ ได้แก่
    ยางนา ยางแดง ไม้หอม ตะแบก สะแก ฯลฯ เนื่องจากพื้นที่เคยถูกบุกรุกทำลายจนเปลี่ยนสภาพไปบางส่วน
    จึงพบเพียงสัตว์ขนาดกลางและขนาดเล็ก ได้แก่ เก้ง กระจงหนู เม่นใหญ่ กระต่ายป่า กิ้งกาหัวแดง เป็นต้น
    ทางด้านหน้าที่ทำการเขตฯ เป็นหาดหิน เหมาะสำหรับนั่งพักผอ่น หรือตกปลา บริเวณสำนักงานมีเส้นทางเดิน
    ศึกษาธรรมชาติ โดยตัดเข้าไปบริเวณป่าดงดิบและเชิงเขา เส้นทางขึ้นบนเนินเตี้ยๆระยะทางประมาณ 1.5กม.

Check Also

จุดเที่ยวชายแดนไทยมีแหล่งเฟอร์นิเจอร์ไม้เขมรเป็นแหล่งที่ถูกมากมีทั้งโต๊ะกิน ตู้ เสื้อผ้า เตียง เป็นต้น อีกมากมาย

Spread the love …